Posts tagged as:

วิจารณ์

paranormal-activity-movie-poster12

เริ่มจากดูกระแสการโปรโมทของหนัง ท่าทางจะต้องเป็นหนังที่น่ากลัว ลุ้นระทึกอยู่ทุกวินาที เพราะจากคลิปวิดีโอที่นำเสนอ ในการถ่ายกลุ่มคนดูที่จับตาดูหนังเรื่องนี้อย่างใจจดใจจ่อ แล้วจู่ๆ คนดูคนหนึ่งก็สะดุ้งเมื่อเกิดเหตุการณ์ในหนังขึ้น ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าในช็อตที่เค้านำเสนอนั้นเป็นช็อตอะไร ทำให้เราซึ่งดูแค่คลิปโปรโมทนั้น เกิดความอยากรู้อยากเห็น อยากจะดูหนังเรื่องนี้ว่ามันน่ากลัว จนถึงกับต้องสะดุ้งจนตัวลอยถึงขนาดนั้นเลยเชียวหรือ?

เนื้อหาต่อจากนี้เปิดเผยเนื้อหนัง

มาพูดถึงเรื่องราวของหนังสยองไร้ตัวตนของปิศาจเรื่องนี้กันก่อน

“คู่รักข้าวใหม่ปลามัน เคธี่ และ มิคาร์ มีแผนเก็บภาพปรากฎการณ์ประหลาดในบ้านของพวกเขาในยามดึก เพื่อพิสูจน์ว่าวิญญาณและเรื่องลึกลับเหนือธรรมชาติเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายมีอยู่จริง แท้ที่จริงแล้วความสยองขวัญดังกล่าวมิใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้นกับเคธี่ ท่ามกลางเหตุระทึกทั้งคู่ยังให้ข้อมูลถกเถียงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น รวมถึงที่มาที่ไปที่วิญญาณเหล่านี้ยังวนเวียนอยู่ในบ้าน รวมทั้งยังตั้งสมมุติฐานต่างๆ นานา เพื่อไขความลับ และเงื่อนงำทั้งหมด ความสยดสยองค่อยๆ เผยธาตุแท้ออกมา จนทำให้ทั้งบ้านตกอยู่ในห้วงวิญญาณแห่งความตาย”

425.ParanormalActivity2.cm.102509

การดำเนินเรื่องเปิดเรื่องมาให้คนดูได้พบกับคู่รัก 2 คน คือ เคธี่ และ มิคาร์ โดยฝ่าย มิคาร์ ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มเป็นคนที่บ้าเรื่องเทคโนโลยีสมัยใหม่ และเปิดเรื่องราวให้คนดูเห็นว่ามิคาร์คนนี้นี่แหละที่เป็นคนถือกล้องวิดีโอ เพื่อเก็บภาพทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในบ้านหลังนี้ให้คนดูได้ร่วมลุ้นไปกับเรื่องราวที่กำลังจะพบเจอ ซึ่งภาพที่ปรากฏก็จะเป็นในแบบแฮนด์เฮลด์ เพื่อให้ดูสมจริง เป็นหนังเรียลลิตี้จริงๆ

และสิ่งที่หนังเรื่องนี้พยายามนำเสนออีกอย่างคือ นิสัยของมิคาร์ ที่ไม่ว่าจะไปที่ไหนจะต้องหยิบกล้องวิดีโอขึ้นมาก่อนเป็นอันดับแรก เหมือนจงใจชักจูงคนดูให้เห็นว่าสิ่งที่มิคาร์ทำ (หยิบกล้องก่อนทำอย่างอื่น) นั้นสำคัญมาก เช่นตอนหนึ่งที่ เคธี่ ร้องตะโกน แทนที่ มิคาร์ จะรีบวิ่งไปหาในทันที แต่กลับมาหยิบกล้องก่อน เพื่อจะเอาไปถ่ายว่าเกิดอะไรขึ้น และก็อีกหลายครั้งที่ผู้กำกับพยายามนำเสนอให้ มิคาร์ เป็นคนห่วงกล้องมากกว่าห่วงแฟนตัวเอง

แล้วเรื่องราวก็ค่อยๆ เผยให้เห็นความพิเศษของฝ่ายหญิงบ้าง ด้วยการให้ เคธี่ รู้และสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างที่ไม่มีตัวตนที่แฝงตัวอยู่ในบ้านหลังนี้ และหนังยังค่อยๆ เฉลยอีกทีละหน่อยสำหรับ เคธี่ ว่าเธอสามารถสัมผัสสิ่งเร้นลับได้ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และสิ่งที่เธอสัมผัสได้นั้นกำลังตามมาหลอกหลอนเธอในตอนนี้ ที่นี่ ที่บ้านหลังใหม่ของเธอ

และเมื่อคนพิเศษ 2 คนมาอยู่รวมกัน ฝ่ายหนึ่งบ้าเทคโนฯ ส่วนอีกฝ่ายมีสัมผัสเร้นลับ การตั้งกล้องวิดีโอเพื่อกระตุ้นต่อมความอยากรู้อยากเห็นของคนเชื่อในสิ่งเร้นลับก็เกิดขึ้น เพียงแต่มันไม่ใช่แค่กระตุ้นให้คนดูตกใจกลัว แต่ยังกระตุ้นให้สิ่งเร้นลับนั้นเกิดอารมณ์กระฟัดกระเฟียด และอยากเปิดเผยตัวในเร็ววัน

ความสยดสยองของเรื่องไม่ได้เน้นไปที่การนำเสนอภาพน่ากลัวของผี หรือสัตว์ประหลาดสยองขวัญ แต่เน้นไปที่ความกลัวที่แต่ละคนวาดภาพเอาไว้ในใจ มันเป็นสิ่งเร้นลับที่ไร้ตัวตน มีเพียงพลังงานที่แสดงออกมาอย่างปรากฏได้อย่างเด่นชัด และยิ่งชัดมากขึ้น เมื่อมิคาร์พยายามพิสูจน์ด้วยการโรยแป้งเอาไว้ แล้วปรากฏว่าเกิดรอยเท้าที่เดินเข้ามาหยุดที่เตียงที่ทั้งคู่นอน และทั้งคู่ก็ต้องตกใจเมื่อได้กลับมาเช็คฟุตเทจของภาพที่บันทึกไว้ยามค่ำคืนของแต่ละคืน

ssp_temp_captur2

และเมื่อกำลังใจจดใจจ่อกับการลุ้นในแต่ละคืนของคู่เคธี่และมิคาร์ ที่มักเกิดเหตุการณ์ประหลาดๆ ในราวๆ ตี 2 – ตี 3 ในแต่ละคืน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงคนข้างอุทานออกมาเสียงดังว่า “เ_ ี้ย” (สัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่ง) ไปพร้อมกับภาพประตูเปิดได้เองอย่างประหลาดจากหนัง ก็เลยทำให้ขำซะมากกว่าจะกลัว

และหลังจากพบว่าคนข้างๆ อุทานด้วยเสียงนี้แล้ว  ก็เลยทำให้เปลี่ยนจากการดูหนังมาดูคนดูหนังแทน แล้วก็เริ่มสังเกตุว่ามีบางคนลุ้นมาก ครางเสียง “อือ” ตลอดเวลาที่มีปรากฏการณ์ประหลาดในหนัง

หนัง Paranormal Activity เรียลลิตี้ ขนหัวลุก ไม่เพียงแต่เป็นปรากฏการณ์เรียลลิตี้ของฝรั่งเท่านั้น แต่ยังเป็นปรากฏการณ์เรียลลิตี้ในโรงหนังเมืองไทยอีกด้วย ถ้าไม่เชื่อต้องลองสังเกตุคนดูหนังเรื่องนี้ในโรงหนังดูสิคะ แล้วจะรู้ว่าการสังเกตุคนดูหนังนั้นสนุกกว่าการดูหนังจริงๆ

สรุปว่าหนัง Paranormal Activity เรียลลิตี้ ขนหัวลุก หนังขนหัวเราที่ยังไม่ทันลุก ทำให้เราขำขันแทนกับเรียลลิตี้คนดูหนัง  อีกอย่างของหนังเรื่องนี้ที่ทำให้เราใจจดใจจ่อก็คือการแสดงที่เสมือนอยู่ในเหตุการณ์จริงของนักแสดงนำทั้งคู่ ที่ทำให้เราได้รู้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป และไม่ได้ห่างไกลจากตัวเราเลย เพียงแต่ว่าใครจะสามารถมีเซ้นส์สัมผัสกับสิ่งเร้นลับได้หรือไม่เท่านั้นเอง   ให้ไปเลย 2.5 ดาว

movie.mthai

{ 0 comments }

5

เป็นหนังในรอบ 10 ปี ที่ได้ใจคนดูไปอีกเรื่อง สำหรับ “2012 วันสิ้นโลก” หลังจากที่ “ไททานิค” สุดยอดหนังมหากาพย์ที่เคยกินใจผู้ชมไปแบบเต็มๆ จนกลายเป็นภาพยนตร์ในตำนานที่คนทั้งโลกไม่อาจลืม และ “2012 วันสิ้นโลก” ก็น่าจะเป็นภาพยนตร์ที่สร้างปรากฏการณ์ ในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ฮอลลีวูดอีกครั้ง เพราะนอกจากเนื้อหาที่คนทั้งโลกให้ความสนใจ กับเหตุการณ์วันสิ้นโลกแล้ว คนดูยังได้ลุ้นระทึกไปกับตัวละครตลอดทั้งเรื่อง ราวกับประหนึ่งว่าอยู่ในนั้นซะเอง…

ถ้าจะพูดถึงหนังหายนะโลกก็คงจะมีชื่อของผู้กำกับ “โรแลนด์ เอ็มเมอริช” เป็นชื่อแรกๆ เสมอ จากผลงานที่ผ่านมาของเขาตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง ID4, Godzilla,The Day After Tomorrow, ก็พอจะทราบถึงกิตติศัพท์และความสำเร็จของผู้ชายคนนี้ได้อย่างท่วมท้น และการกลับมากำกับภาพยนตร์หายนะฟอร์มยักษ์แห่งปีอีกครั้งกับ “2012 วันสิ้นโลก” ก็คงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จอีกขั้นของเขาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

“2012 วันสิ้นโลก”
โดยส่วนตัวแล้วค่อนข้างจะสนใจกับเหตุการณ์นี้มาตลอด พอได้มาชมในเรื่องราวของภาพยนตร์ ยิ่งรู้สึกว่ามันคงถึงเวลาแล้ว ที่โลกเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เพียงแต่เราทุกคนยังไม่มีใครตื่นตัวกับมันก็เท่านั้นเอง หรืออาจจะมีบางคนที่ไม่เชื่อว่าโลกกลมๆใบนี้จะแตกจริงๆ

2009_two_thousand_twelve_00

2 ชั่วโมงครึ่ง กับเรื่องราวความหายนะของโลกใบนี้ มันช่างเป็น 2 ชั่วโมงครึ่งที่ไม่อยากหลับ มันช่างเป็น 2 ชั่วโมงครึ่งที่ตื่นเต้นและครบอรรถรสสุดๆ และช่างเป็น2 ชั่วโมงครึ่งที่ต้องปรบมือให้กับ “2012 วันสิ้นโลก” ภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟ (Sci-fi – Action) ที่ลงตัวที่สุดในรอบ 10 ปี

ใครที่เคยประทับใจกับ “The Day After Tomorrow:วิกฤติวันสิ้นโลก” และ “Titanic:ไททานิค” ก็ควรไปดูภาพยนตร์เรื่อง “2012 วันสิ้นโลก” เพราะมันคือความลงตัวประหนึ่งกับว่าเอาความสนุกของหนังทั้ง 2 เรื่องมารวมกันเป็น 2012 วันสิ้นโลก

ก่อนที่จะไปพูดถึงพล๊อตเรื่อง ตัวละคร แสง สี เสียง การลำดับภาพ ขอเล่าเรื่องคร่าวๆ ของหนังเรื่องนี้ ให้ฟังก่อน…

4

2012 วันสิ้นโลก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทำนายทายทักถึงภัยพิบัติของโลก หรือที่เราจะเคยได้ยินกันว่าเป็น วันโลกแตกหรือวันสิ้นโลกนั้นเอง หลายศตวรรษมาแล้ว ชาวเผ่ามายันมีความเชื่อและคำทำนายไว้ว่า วันที่โลก จะดับสูญคือวันที่ 21 ธันวาคม 2012 ซึ่งตามวัน และปี พ.ศ. นี้ได้ปรากฏอยู่เป็นวันสุดท้าย ในปฏิทิน ของชาวเผ่ามายัน

แจ็คสัน เคอร์ติส (จอห์น คูแซค) และลูกอีกสองคนอยู่ระหว่างการเดินทางไปเยลโล่สโตน จู่ๆพวกเขาก็ได้ไปพบกับเรื่องราวที่ไม่คาดคิดมาก่อน เมื่อเขาได้ทราบความลับที่ทางองค์กรของอเมริกากำลังค้นคว้ามาตลอด กับเหตุการณ์วันสิ้นโลก แจ็คสัน ทราบถึงภัยอันตรายที่กำลังจะมาถึง เขาต้องปกป้องครอบครัวของเขาจากแผ่นดินไหว ลาวาระเบิด สึนามิ และภัยธรรมชาติอื่นๆ เหมือนที่เผ่ามายันโบราณเคยวาดถึงวันแห่งอโพคาลิพส์ไว้ เขาพยายามติดต่อกับภรรยา ที่แยกทางไปมีสามีใหม่ เพื่อที่จะหาทางหนี้ออกจากคลื่นยักษ์ที่กำลัง จะพังโลก ทั้งใบ ไปต่อหน้าต่อตา พวกเขา การหนีี้ออกจากเมืองที่เขาอยู่ เพื่อที่จะไปขึ้นเรือลำยักษ์ที่ทางการได้จัดเตรียมไว้ในประเทศจีน เพื่อที่จะไปยังโลกใหม่ในการสร้างเผ่าพันธุ์ใหม่ แต่การเดินทางหนีออกจากความตายของพวกเขา ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะมันคือความตื่นเต้น เร้าใจ ความน่ากลัว ความสูญเสีย และความตายที่กำลัง จะมาเยือนคนทั้งโลกกำลังจะตาย แล้ว แจ็คสัน จะพาครอบครัวของเขา หนีออกจากภัยพิบัติครั้งนี้ได้หรือไม่? ต้องไปชมที่โรงภาพยนตร์กันเอง รับรองว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน

พล๊อตเรื่องเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาวะโลกร้อน เหตุการณ์ทางธรรมชาติที่ผิดปกติ ดิน ฟ้า อากาศ ความเป็นอยู่ของมนุษย์ ล้วนแต่เป็นเรื่องราวที่อยู่ใกล้ตัวมนุษย์ทุกคน ซึ่ง “โรแลนด์ เอ็มเมอริช” ก็ถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีสมน้ำสมเนื้อ กับฉากหายนะวินาศสันตะโร ได้สมจริงราวกับว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ในอีกไม่นาน

นักแสดงทุกตัวได้วางความเหมาะสมไว้อย่างลงตัว ซึ่งหนังเรื่องนี้นอกจากความรักของสามีภรรยา ที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ซึ่งกินใจ ยังมีความรักของพ่อลูก เพื่อนร่วมโลก และความเสียสละ ที่ตัวละครทุกตัวได้เล่าเรื่องราวได้ดีมาก เรียกน้ำตาคนดูได้เต็มๆ

ภาพ แสง สี เสียง ก็สมกับเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ การลำดับภาพก็ไม่ซับซ่อนจนเกินไปเป็น เรื่องราวที่เข้าใจง่าย โดยรวมแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้มีทั้งสนุกและความเป็นดาม่า ครบรสที่เรียกน้ำตา คนดูไปได้ไม่น้อย

movie.mthai

{ 0 comments }