Posts tagged as:

บทวิจารณ์

2009_sorority_row_004

ดูหนังตัวอย่างคลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนหนังเมื่อหลายปีก่อนที่เคยดูเรื่อง I undergo what you did terminal season (1997) ที่มีเนื้อหาประมาณว่ากลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเกิดอุบัติเหตุขับรถชนคน ด้วยความที่คิดว่าคนๆนั้นตายแล้ว จึงนำศพไปทิ้งทะเล แต่แล้วเมื่อเวลาผ่าน ศพนั้นที่เข้าใจว่าตายแล้วกลับฟื้นขึ้นมาตามล้างแค้นทีละคนๆ ซึ่งจากเรื่องนี้ทำให้นักแสดงนำแจ้งเกิดกันเลยทีเดียว โดยเฉพาะ เจนนิเฟอร์ เลิฟฮิวอิท ที่สวยทั้งหุ่น และกระชากใจคนดูจากการแสดง และเสียงหวีดอันทรงพลัง

และมาปีนี้ (2009) หนังเรื่อง Sorority Row ก็ดูเหมือนจะเดินตามรอยเท้ารุ่นพี่อย่าง I undergo what you did terminal season ทุกกระเบียดนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นธีมที่นำเสนอ รวมไปถึงเสียงหวีดของบรรดาสาวๆ วัยรุ่น

Sorority Row เป็นเรื่องราวของ 6 สาว แคสสิดี้ ( Briana Evigan ), เจสสิก้า ( Leah Pipes ), แคลร์ ( Jamie Chung ), เอลลี่ ( Rumer Willis ), ชัค (Margo Harshman) และ เมแกน ( Audrina Patridge ) พวกเธอร่วมกันวางแผนแกล้งเพื่อนด้วยความคึกคะนอง จนเกิดความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง เมื่อ เมแกน เกิดเสียชีวิต สาวๆ จึงช่วยกันทำลายหลักฐาน และได้สาบานกันว่าจะ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ จนกระทั่งทุกคนจบการศึกษา ความลับที่พวกเธอปกปิดไว้ได้กลับมาทวงชีวิตพวกเธอทีละคน แต่คงไม่บอกว่าเป็น เมแกน รึเปล่าที่กลับมาทวงแค้น เพราะเดี๋ยวจะเฉลยทั้งเรื่อง

ในการนำเสนอของเรื่องนี้ ดำเนินรอยตามรุ่นพี่เด๊ะๆ เลยก็ว่าได้ ที่มีใครคนหนึ่งกลับมาทวงความยุติธรรมของตนกับกลุ่มคนที่ทำให้เขาต้องพบจุดจบ ไม่ว่าจะเป็นการทิ้งแมสเสจเอาไว้ในมือถือของแต่ละคน เมื่อเทียบกับ I undergo what you did terminal season ก็เช่นเดียวกันที่ฆาตกรทิ้งโน้ตเอาไว้ว่า “รู้นะว่าทำอะไรเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว” แต่ในเรื่อง sorority row ทันสมัยขึ้นมาอีกหน่อยด้วยการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ประกอบ โดยเฉพาะคลิปภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่มีคลิปหลุดอยู่บ่อยๆ  เพียงแต่ว่าการทำอะไรซ้ำรอยเดิมๆ ที่เคยมีมาแล้ว มันไม่ได้สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจให้กับคนดู โดยเฉพาะคนที่เคยดู I Know..และเรื่องราวทำนองนี้มาก่อนได้เลย (ไม่น่าเชื่อว่าฝรั่งก็จนแต้มเป็นเหมือนกัน)

แต่เมื่อธีมและการนำเสนอที่คนดูก็พอจะรู้กันบ้างแล้ว การแสดงของสาวๆ ก็น่าจะเรียกได้ว่าดึงคนดูให้กลับมาใจจดใจจ่อกับหนังที่ดูอยู่ เพราะแต่ละนางนั้น คัดหุ่นมาได้แบบเช้งกะเด๊ะ อย่างกับหลุดมาจากหนังสือเพลย์บอย (คงกะว่าน่าจะเกิดได้เหมือน เจนนิเฟอร์ เลิฟฮิวอิท) คิดว่าหนุ่มๆ หลายคนเมื่อได้เข้าไปดูแล้วคงติดใจกลับมานอนฝันดี

001

ส่วนการแสดงของสาวๆ ในเรื่อง คงต้องบอกว่าแสดงดีบ้างไม่ดีบ้างคละเคล้ากันไป การแสดงของ Briana Evigan ถ้าจะบอกว่าเป็นการแสดงออกของคนเก่ง หัวรั้น ที่ทำให้คนดูเชื่อว่าเธอสามารถเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ ส่วน Rumer Willis ที่รับบทเป็น เอลลี่ ก็เป็นอะไรที่คนละขั้วกับ Briana ซึ่งแสดงออกว่าเธอเป็นคนคงแก่เรียน เป็นหนอนหนังสือ อ่อนแอ ขี้กลัว และไม่สามารถที่จะนำพาตัวเองให้รอดจากสถานการณ์ใดใดได้ ซึ่งคงบอกได้ว่าทั้ง 2 คนแสดงให้เราเห็นเป็นแบบนั้น (คาดว่าน่าจะตรงกับที่ผู้กำกับต้องการ) ได้แบบเราเชื่อว่าพวกเขาเป็น

ส่วนสาวๆคนอื่นๆ การแสดงก็เรียบๆ ไม่มีอะไรโดดเด่น นอกเสียจากการโชว์ความกล้า โดยเฉพาะในเรื่องผู้ชาย ซึ่งเราคิดว่ามันเกินงามไปหน่อย  (หรือมันเป็นวัฒนธรรมของฝรั่ง??) แต่ถ้าเราจะมองผ่านข้ามๆ ตรงจุดนี้ไปบ้าง เพราะหนังเค้าเสริมแทรกตรงนี้มาเพื่อไม่ให้น้ำหนักหนังเอนเอียงไปทางซีเรียสมากนัก ก็ถือว่าการแสดงของพวกเธอค่อนข้างโอ (ย่อมาจาก โอ.เค.)

2009_sorority_row_006

จุดที่โดดเด่นที่สุดของหนังเรื่องนี้ที่เห็นชัดคงจะเป็นนักแสดงนำสาวๆ ที่หุ่นเพรียวลม และธีมของเรื่อง (ถึงแม้จะซ้ำบ้าง) ซึ่งต้องขอบอกนิดนึงว่ามีพลิกโผตอนจบนิดหน่อยพอเป็นกระสัย  แต่นอกนั้นถ้าไม่ใช่หนังฝรั่งคิดว่าคอหนังหลายคนคงขอ “บาย”

คะแนนความน่าดูของเรื่องแบบไม่ลำเอียงคงให้ได้เพียง 6 เต็ม 10 เท่านั้น น่าเสียดายจริงๆ เพราะเราก็เป็นคนหนึ่งที่ติดตามหนังหวีด-สยองมาโดยตลอด.

แต่ถ้าใครไปดูแล้ว อย่าลืมมาคุยกันต่อได้ เพราะแต่ละคนอาจมีความเห็นไม่เหมือนกันได้ เรายินดีรับทุกความเห็นอยู่แล้ว  หนังฉายวันที่ 1 ตุลาคม 2552 นี้

ลืมบอกไป หนังเรื่องนี้ไม่เหมาะสำหรับคนดูที่ยังไม่มีวิจารณญาณในการชม และเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี

movie.mthai

Originally posted 2009-10-08 10:14:11. Republished by Old Post Promoter

{ 0 comments }

5

เป็นหนังในรอบ 10 ปี ที่ได้ใจคนดูไปอีกเรื่อง สำหรับ “2012 วันสิ้นโลก” หลังจากที่ “ไททานิค” สุดยอดหนังมหากาพย์ที่เคยกินใจผู้ชมไปแบบเต็มๆ จนกลายเป็นภาพยนตร์ในตำนานที่คนทั้งโลกไม่อาจลืม และ “2012 วันสิ้นโลก” ก็น่าจะเป็นภาพยนตร์ที่สร้างปรากฏการณ์ ในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ฮอลลีวูดอีกครั้ง เพราะนอกจากเนื้อหาที่คนทั้งโลกให้ความสนใจ กับเหตุการณ์วันสิ้นโลกแล้ว คนดูยังได้ลุ้นระทึกไปกับตัวละครตลอดทั้งเรื่อง ราวกับประหนึ่งว่าอยู่ในนั้นซะเอง…

ถ้าจะพูดถึงหนังหายนะโลกก็คงจะมีชื่อของผู้กำกับ “โรแลนด์ เอ็มเมอริช” เป็นชื่อแรกๆ เสมอ จากผลงานที่ผ่านมาของเขาตั้งแต่ภาพยนตร์เรื่อง ID4, Godzilla,The Day After Tomorrow, ก็พอจะทราบถึงกิตติศัพท์และความสำเร็จของผู้ชายคนนี้ได้อย่างท่วมท้น และการกลับมากำกับภาพยนตร์หายนะฟอร์มยักษ์แห่งปีอีกครั้งกับ “2012 วันสิ้นโลก” ก็คงจะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จอีกขั้นของเขาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

“2012 วันสิ้นโลก”
โดยส่วนตัวแล้วค่อนข้างจะสนใจกับเหตุการณ์นี้มาตลอด พอได้มาชมในเรื่องราวของภาพยนตร์ ยิ่งรู้สึกว่ามันคงถึงเวลาแล้ว ที่โลกเราจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เพียงแต่เราทุกคนยังไม่มีใครตื่นตัวกับมันก็เท่านั้นเอง หรืออาจจะมีบางคนที่ไม่เชื่อว่าโลกกลมๆใบนี้จะแตกจริงๆ

2009_two_thousand_twelve_00

2 ชั่วโมงครึ่ง กับเรื่องราวความหายนะของโลกใบนี้ มันช่างเป็น 2 ชั่วโมงครึ่งที่ไม่อยากหลับ มันช่างเป็น 2 ชั่วโมงครึ่งที่ตื่นเต้นและครบอรรถรสสุดๆ และช่างเป็น2 ชั่วโมงครึ่งที่ต้องปรบมือให้กับ “2012 วันสิ้นโลก” ภาพยนตร์แอ็คชั่นไซไฟ (Sci-fi – Action) ที่ลงตัวที่สุดในรอบ 10 ปี

ใครที่เคยประทับใจกับ “The Day After Tomorrow:วิกฤติวันสิ้นโลก” และ “Titanic:ไททานิค” ก็ควรไปดูภาพยนตร์เรื่อง “2012 วันสิ้นโลก” เพราะมันคือความลงตัวประหนึ่งกับว่าเอาความสนุกของหนังทั้ง 2 เรื่องมารวมกันเป็น 2012 วันสิ้นโลก

ก่อนที่จะไปพูดถึงพล๊อตเรื่อง ตัวละคร แสง สี เสียง การลำดับภาพ ขอเล่าเรื่องคร่าวๆ ของหนังเรื่องนี้ ให้ฟังก่อน…

4

2012 วันสิ้นโลก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการทำนายทายทักถึงภัยพิบัติของโลก หรือที่เราจะเคยได้ยินกันว่าเป็น วันโลกแตกหรือวันสิ้นโลกนั้นเอง หลายศตวรรษมาแล้ว ชาวเผ่ามายันมีความเชื่อและคำทำนายไว้ว่า วันที่โลก จะดับสูญคือวันที่ 21 ธันวาคม 2012 ซึ่งตามวัน และปี พ.ศ. นี้ได้ปรากฏอยู่เป็นวันสุดท้าย ในปฏิทิน ของชาวเผ่ามายัน

แจ็คสัน เคอร์ติส (จอห์น คูแซค) และลูกอีกสองคนอยู่ระหว่างการเดินทางไปเยลโล่สโตน จู่ๆพวกเขาก็ได้ไปพบกับเรื่องราวที่ไม่คาดคิดมาก่อน เมื่อเขาได้ทราบความลับที่ทางองค์กรของอเมริกากำลังค้นคว้ามาตลอด กับเหตุการณ์วันสิ้นโลก แจ็คสัน ทราบถึงภัยอันตรายที่กำลังจะมาถึง เขาต้องปกป้องครอบครัวของเขาจากแผ่นดินไหว ลาวาระเบิด สึนามิ และภัยธรรมชาติอื่นๆ เหมือนที่เผ่ามายันโบราณเคยวาดถึงวันแห่งอโพคาลิพส์ไว้ เขาพยายามติดต่อกับภรรยา ที่แยกทางไปมีสามีใหม่ เพื่อที่จะหาทางหนี้ออกจากคลื่นยักษ์ที่กำลัง จะพังโลก ทั้งใบ ไปต่อหน้าต่อตา พวกเขา การหนีี้ออกจากเมืองที่เขาอยู่ เพื่อที่จะไปขึ้นเรือลำยักษ์ที่ทางการได้จัดเตรียมไว้ในประเทศจีน เพื่อที่จะไปยังโลกใหม่ในการสร้างเผ่าพันธุ์ใหม่ แต่การเดินทางหนีออกจากความตายของพวกเขา ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด เพราะมันคือความตื่นเต้น เร้าใจ ความน่ากลัว ความสูญเสีย และความตายที่กำลัง จะมาเยือนคนทั้งโลกกำลังจะตาย แล้ว แจ็คสัน จะพาครอบครัวของเขา หนีออกจากภัยพิบัติครั้งนี้ได้หรือไม่? ต้องไปชมที่โรงภาพยนตร์กันเอง รับรองว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน

พล๊อตเรื่องเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาวะโลกร้อน เหตุการณ์ทางธรรมชาติที่ผิดปกติ ดิน ฟ้า อากาศ ความเป็นอยู่ของมนุษย์ ล้วนแต่เป็นเรื่องราวที่อยู่ใกล้ตัวมนุษย์ทุกคน ซึ่ง “โรแลนด์ เอ็มเมอริช” ก็ถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีสมน้ำสมเนื้อ กับฉากหายนะวินาศสันตะโร ได้สมจริงราวกับว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ในอีกไม่นาน

นักแสดงทุกตัวได้วางความเหมาะสมไว้อย่างลงตัว ซึ่งหนังเรื่องนี้นอกจากความรักของสามีภรรยา ที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ซึ่งกินใจ ยังมีความรักของพ่อลูก เพื่อนร่วมโลก และความเสียสละ ที่ตัวละครทุกตัวได้เล่าเรื่องราวได้ดีมาก เรียกน้ำตาคนดูได้เต็มๆ

ภาพ แสง สี เสียง ก็สมกับเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ การลำดับภาพก็ไม่ซับซ่อนจนเกินไปเป็น เรื่องราวที่เข้าใจง่าย โดยรวมแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้มีทั้งสนุกและความเป็นดาม่า ครบรสที่เรียกน้ำตา คนดูไปได้ไม่น้อย

movie.mthai

{ 0 comments }