|
|||||||||||
|
อาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นเทศกาล “วันแม่” บรรยากาศเลยอบอุ่นไปด้วยความรัก ความกตัญญูของผู้ที่เป็นลูกต่อแม่ผู้ให้กำเนิด
เช่นเดียวกับ “เจ๊เขียว” ก็กัดฟันซื้อพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบแม่ ซึ่งที่แพงโคตะระถึง พวงละ 150 บาท ทั้งที่ปกติเคยซื้อแค่ 50 บาท ก็อย่างหรูแล้ว
แต่ก็เอาเถอะคิดซะว่า “วันแม่” ก็มีแค่ปีละหนเอง
ที่สำคัญ “แม่” ก็มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น
ไหนๆก็ไหนๆแล้ว วันนี้เจ๊ก็ขอจับกระแส “วันแม่” กล่าวถึง “แม่ดารา” เลยล่ะกัน เพราะคุณแม่หลายคนก็ดังไม่แพ้คุณลูกดาราเหมือนกัน
ถ้าย้อนไปในยุคบุกเบิก “แม่ดารา” ก็ต้องยกให้ “ยอดคุณแม่” ของกวาง – กมลชนก โกมลฐิติ ที่ตอนนี้กวางเปลี่ยนนามสกุลมาใช้ เขมะโยธิน เป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว
กวางมียอดคุณแม่ที่ตามประกบติดเป็นเงาตามตัว ตามประสา “แม่ลูกผูกพัน”
ที่สำคัญคือ คุณแม่ไม่ไว้ใจวงการมายา ที่เต็มไปด้วย “เสือ ตะเข้” จ้องจะงาบ “เนื้อกวาง” ทั้งน้าน !!
หมดยุคบุกเบิกก็เข้าสู่ยุคทองของ “แม่ดารา” เริ่มตั้งแต่ “แม่น้องเบนซ์ – พรชิตา ณ สงขลา” (เรียกตามขณะนั้นที่ เบนซ์ยังอ่อนเยาว์)
คุณแม่เบนซ์ ขึ้นชื่อที่สุดเรื่อง “หวงลูกสาว” ยิ่งกว่า “แม่จงอางหวงไข่”
ก็ลองคิดดูว่าในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา เบนซ์มีข่าวกับผู้ชายนับๆดู 2 หน่อเอง
น่าหัวร่อให้ฟันหักชะมัด เสียชาติกำเนิดนะเนี่ย เรียนรู้ความรักน้อยจัง
เริ่มจากพระเอกรักดีแต่ทุนทรัพย์น้อยอย่าง ท้อป-พิพัฒน์ ที่ไม่ผ่านด่าน “แม่ไม่ปลื้ม” จนต้องระเห็ดออกไปจากชีวิตเบนซ์
ถึงแม้ดาราหนุ่ม ตัวกลมอารมณ์ดี มิค-บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ จะเข้ามาดามใจ
แต่ก็ต้องใช้เวลาพิสูจน์นานตั้ง 7-8 ปีกว่า
ที่คุณแม่จะยอมกดไฟเขียวเลี้ยวซ้ายผ่านตลอด
ต่อมา “แม่น้องเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” (นี่ก็เรียกตาขณะนั้นที่เจนี่ยังเยาว์วัย) จัดเป็คุณแม่ที่เห็นลูกสาว”แบ๊ว”ตลอดเวลา
เจนี่ทำงานวงการบันเทิงไปด้วย เรียนไปด้วย ทำให้คุณแม่เป็นห่วงลูกสาวตามรับส่งในช่วงแรกๆ
จนต่อมา เห็นเจนี่ ขับรถได้อีกทั้งเห็นว่าลูกโตเป็นสาวแล้ว จึงปล่อยให้ขับรถไปไหนมาไหนเอง
แต่ถ้าเป็นเรื่อง “ผู้ชาย” แล้วล่ะก็ คุณแม่ยังเห็นเจนี่ ซื่อใสไร้เดียงสาตลอดเวลา
ถึงแม้เจนี่ จะสวย น่ารัก ตรงสเป็คของผู้ชายทั้งหลาย แต่ไม่น่าเชื่อว่าเธอกลับไม่ประสบความสมหวังกับความรักเลยซักครั้ง
ขนาดเมิน “เด็ก” เพราะเห็นว่าดูแลตัวเองไม่ได้ จึงเลือกคบ “ผู้ใหญ่” แต่สุดท้ายก็ไปไม่รอด!
เจ๊ว่างานนี้คุณแม่ต้องช่วยมาบริหารงานเลิฟของน้องเจนี่หน่อยล่ะค่ะ อย่าเอาแต่ยืนดูอยู่ห่างๆ
เพราะถ้าชะล่าใจไป เกรงว่าแม้แต่ “รถไฟขบวนสุดท้าย” ก็ยังคว้าไม่ทัน!
มาถึง “แม่ตั๊ก – บงกช คงมาลัย” ที่ถูกมองว่าเป็น “เซลล์ขายลูกสาว”
ตั้งแต่เข้าวงการมาแล้ว ตั๊กก็ถูกมองว่าใช้ “เต้าไต้” โดยคุณแม่ ก็เห็นดีเห็นงาม
แต่เวลาช่วยให้ตั๊กได้พิสูจน์ว่าเป็น “ดารามืออาชีพ”
ใช้ฝีมือและหัวใจแลกมาซึ่งความสำเร็จ!
ตั๊กทุ่มเทให้กับงานหนังงานละครทุกชิ้นที่แสดง จนถึงกับเคยถูกหลอกถ่ายช็อต
“ล่อนจ้อน” จนเป็นข่าวใหญ่ครึกโครมมาแล้ว
นั่นก็เป็นเพราะตั๊กทุ่มให้กับงานเกินร้อย
จุดเด่นของต๊กอยู่ที่เป็นคนมั่นใจในตัวเอง แต่นั่นเองก็เป็นจุดอ่อนเช่นกัน เพราะถูกผู้ชายหลอกง่าย
ดังนั้น คุณแม่จึงตามประกบแจ
แต่บางทีก็ถูกหลอกทั้งแม่ทั้งลูกเหมือนกัน !
ส่วน “แม่น้องพลอย-เฌอมาลย์ บุณยศักดิ์” นี่ก็เป็น “คุณแม่ดาราอาชีพ” เพราะมีลูกเป็นดาราถึงสองคน
เริ่มจากปั้นลูกสาวคนโต นุ่น-สินิทรา เป็นนางเอกโฆษณาก่อนจะเข้าวงการบันเทิง เป็นนางเอกละครช่อง 3 เต็มตัว
นุ่นเข้าวงการ มาก็เนื้อหอมฉุย ถูกผู้ชายจ้องจับทำให้คุณแม่ต้องเข้ามาประกบติดชนิดไปไหนไปด้วยช่วยสองบาท
แต่กระนั้น ก็มีหลายครั้งที่พลั้งพลาด เจอผู้ชายปาดหน้าเค้กฉกตัวไปจากกองถ่ายโดยคุณแม่เองก็ไม่รู้
พอนุ่น เริ่มอยู่ตัว ยอดคุณแม่ก็ดันลูกสาวคนเล็กต่อ เธอคนนั้นก็คือ พลอย-เฌอมาลย์ นางเอกที่กำลังฮอตที่สุดคนหนึ่งในขณะนี้นั่นเอง
แต่อย่างที่เขากล่าวว่า “เลี้ยงคนเลี้ยงได้แต่ตัว” สำหรับนุ่นกับพลอย
ก็เช่นกัน พอโตเป็นสาวต่างคนก็ต่างมีชีวิตอิสระ
จนคุณแม่ไม่สามารถคอนโทรลได้
คุณแม่จึงได้แต่ดูลูกสาวอย่างปลงๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นนุ่นหรือพลอย ต่างก็ไม่ประสบความสำเร็จด้านความรักซักคน
ต่อมาก็คือ “แม่น้องมด-ณปภัช” (ชื่อใหม่ใช่ป่ะ เปลี่ยนบ่อยเกิ๊น!) นักร้องสาวค่ายอาร์เอสที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “คุณแม่จอมเคลียร์”
เพราะช่วงที่ผ่านมา น้องมดตกอยู่ในกระแสข่าวฉาวสารพัด ฉาวเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นภาพหลุด คลิปหลุด อุตลุดไปหมด
แรกๆ พอมีภาพหลุด ข่าวฉาวของน้องมดทีนึง คุณแม่น้องมด ก็ออกมาแก้ข่าวให้ลูกสาวตลอด
แต่พอเจอบ่อยเข้า แถมยังมีภาพออกมายืนยันเป็นหลักฐานเข้าอีก
ก็เกิดอาการเหมือน “น้ำท่วมปาก”
ด้วยเหตุนี้ระยะหลัง เมื่อมีภาพก็ให้มันหลุดไปแล้วกันคุณแม่ “ไม่ไหวจะเคลียร์” แล้วอ่ะ !
มาถึง “แม่ลิเดีย-ศรัณญ์รัชต์ วิสุทธิธาดา” เจ้าของฉายา “หม่าม๊ามาเฟีย”
ปกติ คุณแม่ลิเดีย ใม่ใช่ประเภทติดลูกนะ
แต่จนมาเกิดคดีที่หมกกฤษณ์คอนเฟิร์ม ออกมากวนน้ำให้ขุ่น
ด้วยการทำนายดวงชะตาว่า ลิเดีย ท้องกับคุณทักษิณ ชินวัตร
จนทำให้ชาติตระกูลเสียหายนั่นแหละ
จึงเหมือนเป็นการไปกระตุกหนวดแม่เสียเข้าให้
วีรกรรมที่ทำให้คนบันเทิงติดตามจนลืมไม่ลงนั่นก็คือ วันที่ “หม่าม๊า” บุกไป
เฉ่ง หมอกฤษณ์ ในงานๆหนึ่ง ถึงขั้นสั่งให้ “กราบทีน”
นับจากวันนั้น ไม่มีหมอดูคนไหนกล้าทำนายทายดวงของ น้องลีเดีย อีกเลย!
ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ก็คือ “แม่น้องขวัญ-อุษามณี ไวทยานนท์” ที่คนมองว่าเป็น ”แม่จอมจุ้น”
แต่ในความจุ้นนั้น เจ๊กลับมองว่า นั่นเป็น “หน้าที่” ของแม่ทุกคน
เจ๊ยิ่งซึ้งเมื่อได้ยิน ขวัญ ให้สัมภาษณ์หลังจากถอยรถเบนซ์ป้ายแดงออกมาใช้ทุกวันนี้ว่า
“รถคันนี้ได้มาจากการที่แม่อดออม
ขวัญทำงานมาตั้งแต่เด็กแต่ไม่เคยเอาเงินไปใช้สุรุ่ยสุร่าย
เอาไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนม ไม่เคยซื้อเสื้อผ้าหรูหราใช้
แต่เก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ของลูกเอาไว้ในแบงค์…”
ดังนั้นขณะที่คนนอกคิดอย่างไร แต่สำหรับความรักของแม่ลูกคู่นี้มีมากเกินบรรยาย
มาถึง “แม่คนสุดท้าย” ที่อยากกล่าวถึงคือ “แม่นาธาน โอมาน” อดีตนักร้องอาร์เอส.
นาธาน พูดมาตลอดถึงชาติ กำเนิดว่าเป็นลูกครึ่งไทย-เนปาล
แต่ในที่สุดวันนี้มีการขุดคุ้ยชาติกำเนิดที่แท้จริงออกมาแล้วว่า
ที่แท้ก็เป็น “ไทยแท้” ร้อยเปอร์เซนต์
พ่อก็ไทยเป็นคนนครศรีธรรมราช ส่วนแม่ก็ไทยเป็นคนสุราษฎร์ธานี
น่าสงสารพ่อแม่น่ะ เมื่อเห็นลูกที่ตัวเองให้กำเนิด “ลืมกำพืด” ปั้นแต่งประวัติใหม่ว่าเป็นลูกครึ่ง
ยิ่งหัวอก “แม่” ที่เบ่งออกมาแทบตาย ลูกกลับกลายเป็น “คนลวงโลก” ไปซะแล้ว!
เครดิต zubzip.com
|
|||||||||||
Originally posted 2009-08-22 12:06:48. Republished by Old Post Promoter
{ 0 comments }
